ประวัติคณะเศรษฐศาสตร์ ::
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทำการเปิดสอนนักศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2507 เป็นต้นมา ซึ่งพัฒนามาจากภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต่อมาได้รับอนุมัติให้จัดตั้งเป็น คณะเศรษฐศาสตร์ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2535 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อขยายการศึกษาขั้นปริญญาทางการศึกษาออกสู่ภูมิภาคให้สอดคล้องกับ นโยบายของรัฐบาลในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตามแผนพัฒนาภาคเหนือ ตลอดจนเป็นแหล่งการวิจัยและการบริการ วิชาการแก่สังคม
ปรัชญาคณะเศรษฐศาสตร์ ::
คณะเศรษฐศาสตร์มุ่งเน้นการสอนควบคู่การวิจัย เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถตรงตามความต้องการของสังคม และเป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและประเทศชาติ
วิสัยทัศน์คณะเศรษฐศาสตร์ ::
เป็นศูนย์กลางของการประยุกต์วิทยาการสมัยใหม่ในการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์และการนำมาใช้ (A Hub of Advanced Technology in Economics) เพื่อให้คณะเศรษฐศาสตร์มีการเรียนการสอน ผลงานทางวิชาการ และงานวิจัย เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
จุดประสงค์คณะเศรษฐศาสตร์ ::
เพื่อผลิตบัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต ให้สามารถรองรับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน สามารถทำวิจัยเพื่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยองค์รวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเป็นการเตรียมพร้อมในการเข้าสู่ระบบนานาชาติในอนาคตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและสังคม
พันธกิจคณะเศรษฐศาสตร์ ::
- จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาและวิชาชีพชั้นสูง โดยมุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ บัณฑิตมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล และรอบรู้คู่คุณธรรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
- ผลิตผลงานวิจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์ เพื่อสามารถสนับสนุนการเรียนการสอนและเพื่อเสนอแนะเชิงนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม
- ให้บริการวิชาการแก่สังคมมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
- ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ศาสนา อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นภาคเหนือ
- พัฒนาระบบบริหารและจัดการในทุกๆ ด้าน ด้วยหลักธรรมาภิบาล พึ่งพาตนเองโดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ค่านิยมคณะเศรษฐศาสตร์ ::
มีความรู้คู่คุณธรรมและช่วยเหลือสังคม
วัฒนธรรมองค์กร ::
ทุกคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างมีความสุขและเสียสละ มีใจรักองค์กรอย่างแท้จริง มุ่งเน้นผลประโยชน์อย่างยั่งยืนของคณะเป็นสำคัญ |